พระอุดม วัดป่าหนองเลง-มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม   (1871 views)

What is พระอุดม วัดป่าหนองเลง-มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม doing now?

พระพุทธองค์ ทรงช่วยใคร มิได้หรอก แต่ทรงบอก ชี้แนวทาง วางไว้ให้ เราต้องหมั่น ปฏิบัติธรรม ขัดเกาไป จึงจะได้ พ้นจากทุกข์ สุขสมปอง
3 days ago  ·  Comment »

Age

58

Location

ชลบุรี, Thailand

Birthday

September 1
 
Advertisement

Info

http://wathnongleng.hi5.com - Send it to your friends

Age

58

Birthday

September 1

Location

ชลบุรี, Thailand

Languages

Thai
 

About Me


Hi5 Clocks by zalim-code.com >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> อาตมาอยู่วัดป่าหนองเลงแห่งนี้ วัดนี้เป็นวัดสร้างใหม่ (เป็นสาขาของ วัดเขาฉลาก) หรือวัดปาลิไลยวัน ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ. ชลบุรี เป็นวัดป่าวัดปฏิบัติสายหลวงพ่อใช่ (สุชีโว)ประชาชนทั้งหลาย สามารถเข้ามาอาศัยศึกษา และปฏิบัติธรรมได้ รวมทั้งเข้ามาบวชเรียน ได้ สถานที่ตั้งวัดอยู่ที่ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โทร.089-9312-633 ------------------------------------------------------------------------ โดยมีพระครู ประสิทธิ์ธรรมนาถ (ผัส จารุธัมโม) เป็นเจ้าอาวาท ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา (สุภัทโท) แห่งวัดหนองป่าพง จังหวัด อุบล เส้นทางมาวัดเข้าทางซอยข้างสวนเสือวิ้งจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวาไปอีก หนึ่งกิโลเมตรระยะทางรวมสี่กิโลเมตร เส้นทางเดียวกับทางไปสวนสันติธรรม ของอาจารย์ปราโมทย์ ปราโม ชฺโช ------------------------------------------------------------------------------------- ------------------------------------------------------------------------- * ขอเชิญเข้าชมเว็ปไซค์วัดปาลิไลยวัน( หุบเขาฉลาก ) ชีวประวัติ หลวงพ่อใช่ ( สุชีโว ) และอ่านธรรมเทศนาของหลวงพ่อใช่ได้ที่ http://www.geocities.com/dharmapage/index.htm --------------------------------------------------------------------------------------- * ขอเชิญเข้าชมเว็ปไซค์ธรรมะต่าง ๆ * WWW.mahaphotitaam.com * ขอ cd ธรรมะฟรีได้ที่นี่ http://www.cdthamma.com/ * www.baanaree.net * www.fungdham.com ---------------------------------------------------------------------------------------

Interests

----------------------------------------------------------------------------------------
ธรรมกับชีวิตประจำวัน

มาปฏิบัติธรรมะเเบบง่ายๆกันเถอะโดยไม่ต้องไปวัด แต่ให้ปฏิบัติกับการใช้ชีวิตประจำวัน เป้าหมายของการปฏิบัติธรรมก็คือต้องการให้จิตเป็นธรรม หรือการรู้ชำระจิตให้สะอาด หรือต้องการให้ธรรมตั้งมั่นอยู่ในจิต จนจิตรวมตัวเป็นหนึ่งก็คือความเป็นสมาธินั้นเอง ดังนั้นจึงต้องดำเนินจิตไปตามขั้นตอนเป็นบันใด ๓ ขั้น คือการทำความเพียรชอบก่อนจนจิตมีความรู้ตัวจึงไปสู่ความมีสติชอบ คือสามารถพิจารณาทำความรู้ถอนความพอใจ หรือไม่พอใจใน กาย เวทนา จิต ธรรม ได้ และจะทำให้จิตไปสู่ในขั้นสัมมาสมาธิได้ต่อไป

เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องรู้ว่า อะไรคือธรรม ธรรมในพระไตรปิฎกรวบรวมไว้ได้ถึง ๘๔.๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เมื่อย่อแล้วก็เหลือเพียง ๒ นั้นก็คือ กุศลธรรม และ อกุศลธรรม คำว่ากุศลธรรม ก็หมายถึงธรรมขาวหรือฝ่ายดี ส่วน อกุศลธรรมก็คือธรรมฝ่ายดำฝ่ายชั่ว ฝ่ายกิเลส ธรรมนี้เกิดอยู่ที่ไหน ตอบเกิดอยู่ที่จิตของเรานี้เอง และเราก็รับเอามาไว้ในจิตของเราตลอดเวลา
คนเราที่มีความทุกข์ ก็เพราะเรารับเอา อกุศลธรรม มาไว้ในจิตตลอดเวลา ไม่เคยละเคยวาง ไม่กำจัดออกไปเราจึงประสบแต่ความทุกข์ใจอยู่เสมอๆ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติ ต้องทำบันใดขั้นที่ ๑ ก็คือต้องทำให้จิตของเราเป็นฝ่าย กุศลธรรม ไม่ใช่ให้เป็นฝ่าย อกุศลธรรม อกุศลธรรมเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งหลาย ส่วนกุศลธรรมเป็นต้นเหตุแห่งความสุขใจและความสงบใจ และเป็นยานพาหะนะนำไปสู่ความหลุดพ้น คือพระนิพพาน อกุศลธรรม คืออะไร? และเกิดได้อย่างไร?
อกุศลธรรม คืออารมณ์ หรือความรู้สึกที่มีความพอใจ หรือไม่พอใจ หรือความยินดี และยินร้าย เกิดอย่างไร คือเกิดได้ด้วยการรับรู้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจที่คอยคิดนึกในทางไม่ดี เมื่อ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ได้สัมผัสรับรู้ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง หรือใจที่คิดนึกแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาคือความพอใจหรือไม่พอใจ หรือความยินดี ยินร้าย นี้คือลักษณะของจิตที่เป็น อกุศลธรรม
ฉะนั้นหน้าที่เราก็คือคอยละคอยวางเฉยต่อความพอใจหรือไม่พอใจ หรือความยินดียินร้าย ต่อสัมผัส ต่าง ๆ และใจที่คอยคิดนึกด้วยการภาวนาหรือการคิดนึกอยู่ในใจเสมอๆ ว่าเราจะระวังไม่ให้จิตของเราเกิดความพอใจหรือไม่พอใจ หรือยินดียินร้าย ต่อสัมผัสอันเกิดจาก ตาได้เห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้ลิ้มรส กายได้สัมผัสเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง และใจที่คอยจะคิดนึกถึงเรื่องราวในอดีต อกุศล เป็นต้นเหตุแห่งความไม่สงบเพราะมันคือตัวกิเลส และตัวความยึดมั่นถือมั่น ถ้าไม่ละก็จะเกิดเป็นอนุสัยกิเลสนอนเนื่องอยู่ในใจ
เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมก็เพื่อกำจัดกิเลสให้ออกไปจากจิตจากใจ การปฏิบัติธรรมแบบนี้สามารถกระทำได้ในทุกอิริยาบถ มียืนเดินนั่งนอนดื่มกินทำพูดคิดแม้กระทั่งอุจจาระ หรือปัสสาวะ ไม่มีสถานที่ ไม่มีกาล ไม่มีเวลา สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างคือ ชีวิตทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ล้วนมีวิบากอันเป็นผลของกรรมดี หรือกรรมชั่วที่เคยทำไว้ในอดีตชาติก็ดี หรือปัจจุบันชาติก็ดีคอยจัดให้เป็นไปต่างๆนาๆ วิบากนี้แหละคือกฎของธรรมชาติ ชีวิตที่ต้องประสบเคราะห์กรรมทั้งดีและร้าย การปฏิบัติธรรมจะช่วยให้จิตของเราไม่หลงยินดี หรือยินร้าย จนเป็นเหตุให้ทุกข์ ก็เพราะเราเข้าใจในความเป็นไปในผลของวิบากกรรมที่ได้รับอยู่และเป็นการรู้เหตุและผล ว่าอดีตเหตุปัจจุบันผล ปัจจุบันเหตุอนาคตผล จิตของเราจะไม่ยินดีหรือยินร้าย ต่อสิ่งทั้งหลาย เพียงแต่รับรู้แต่ไม่รับรส จิตของเราก็จะเข้าสู่ความสงบได้โดยง่าย นี่แหละคือก้าวแรกสู่การรู้ตัว
ก้าวต่อไปเป็นบันใดขั้นที่ ๒ คือเราสามารถเกิดความรู้ตัวสติ คือรู้ทางกายก็สามารถถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ รู้ทางเวทนา ก็ถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ รู้ทางจิตก็ถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ และรู้ทางธรรมอันเป็นสภาวจิตชั้นสูงก็สามารถถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้

เมื่อถึงเวลาจะนั่งสมาธิซึ่งเป็นการปฏิบัติในขั้นที่ ๓ ก็เพียงคอยตามดูจิตอย่าให้หลงมาร ลักษณะมารมี ๕ อย่างคือ ๑ ขันธ์มาร คือการทำร่างกายไม่พร้อมก็เป็นมาร ๒ กิเลสมาร คือการทำจิตไม่ดีพร้อมคือไม่สังวรอินทรีย์ให้ดีพอก็เป็นมาร ๓ อภิสังขารมารคือมารที่จะมาคอยหลอกให้เราคิดที่จะอยากทำสิ่งต่างๆอยากมีอยากเป็นต่างๆ ๔ มัจจุมาร คือความตายที่จะมาพรากชีวิตของเราเสียก่อนที่จะปฏิบัติให้สำเร็จ และ ๕ คือ เทวปุตมาร คือมารที่จะคอยเอาเรื่องความสุขต่างๆในอดีตมาหรอกให้เราหลง เพราะมารจะคอยขัดขวางไม่ให้จิตสงบโดยจะเอาภาพ และเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตมาทำให้หลง จะยกตัวอย่างตอนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรม มารได้ยกเสนามารมาขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรม ฉะนั้นเมื่อเราจะนั่งสมาธิพึงรู้กิจที่จะต้องทำคือคอยตามดูมาร เมื่อมารเอาอะไรมาให้รู้ก็ให้รู้ทันมาร และบอกกับมารว่าเรารู้แล้วมารไม่ต้องมาอีก ทำเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าทำเมื่อรู้ทันมารพระพุทธเจ้าจะขับไล่มารไปทุกครั้ง อย่าได้เพียรเพ่งดูจิตเฉย ๆ เพราะจะเป็นโมหะหรือความหลงได้ แต่เพียรรู้จิตตามความเป็นจริงโดยไม่ยินดียินร้าย คอยรู้ให้ทันแล้วถอนความพอใจหรือไม่พอใจออกเสียได้ จึงจะเป็นการเจริญสติอย่างถูกต้อง จิตจะเข้าสู่ความเป็นสัมมาสมาธิโดยสงัดแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
ผู้ใดเข้าถึงกุศลธรรมจนเป็นเอกัคคตาจิต คือจิตมีอารมณ์หนึ่งเดียวเป็นธรรมตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว ก็จะเข้าใจในคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเราพระตถาคต"


-------------------------------------------------------------------------------------

Favorite Music

สวดมนต์ นิพพาน --------------------------------------------------------------------------------------
 

Favorite Movies

พุทธประวัติ
------------------------------------------------------------------------------
----------
ขอฝากคติธรรมให้ทุกๆคน



ท่านทั้งหลายอย่าได้ประมาทคนเราเวลาจะตายจะเกิดจิตขึ้นมาดวงหนึ่งชื่อว่า “จุติจิต” จิตดวงนี้จะอาศัย กุศลหรือ อกุศลเป็นเหตุให้เกิด แล้วจะดับไปเกิดเป็นปฏิสนธิจิตขึ้นมา กุศลเป็นเหตุให้เกิดในสุขติภูมิ คือสวรรณ์ อกุศลเป็นเหตุให้เกิดในทุขติภูมิ คือนรก ถ้าเราไม่รีบเพียรทำให้จิตเป็นกุศล โอกาศที่จะไปเกิดในทุขติภูมิคือนรกจะมีมากกว่า
เพราะฉะนั้นจงรีบมาปฏิบัติธรรมกันเถิด ผู้ประมาทได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ตายแล้ว ส่วนผู้ไม่ประมาทได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ตาย คือไม่ตายเสียจากความดี ความเพียรละจิตที่เป็นอกุศลควรทำในวันนี้ ใครเล่าจะรู้ว่าความตายจะมีในวันพรุ่งนี้ ความเพียรทำไม่ยากแค่ปล่อยวางอารมณ์ความพอใจ หรือ ไม่พอใจ ต่อการได้เห็น การได้ยิน การรับรู้กลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัสเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็งและการหลงคิดนึกเรื่องในอดีตอันเป็นเหตุให้ทุกข์เท่านั้นเอง
-------------------------------------------------------------------------------------
 

Favorite TV Shows

ขออภัยสมุดบันทึกเสียใช้การไม่ได้ ไว้จะใช้ตรงนี้แทนในการเขียนสมุดบันทึก
----------------------------------------------------------------------------------
ขอฝากคติธรรมให้ทุกๆคน

ท่านทั้งหลายอย่าได้ประมาทคนเราเวลาจะตายจะเกิดจิตขึ้นมาดวงหนึ่งชื่อว่า “จุติจิต” จิตดวงนี้จะอาศัย กุศลหรือ อกุศลเป็นเหตุให้เกิด แล้วจะดับไปเกิดเป็นปฏิสนธิจิตขึ้นมา กุศลเป็นเหตุให้เกิดในสุขติภูมิ คือสวรรค์ อกุศลเป็นเหตุให้เกิดในทุคติภูมิ คือนรก ถ้าเราไม่รีบเพียรทำให้จิตเป็นกุศล โอกาสที่จะไปเกิดในทุคติภูมิคือนรกจะมีมากกว่า
เพราะฉะนั้นจงรีบมาปฏิบัติธรรมกันเถิด ผู้ประมาทได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ตายแล้ว ส่วนผู้ไม่ประมาทได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ตาย คือไม่ตายเสียจากความดี ความเพียรละจิตที่เป็นอกุศลควรทำในวันนี้ ใครเล่าจะรู้ว่าความตายจะมีในวันพรุ่งนี้
ความเพียรทำไม่ยากแค่ปล่อยวางอารมณ์ความพอใจ หรือ ไม่พอใจ ต่อการได้เห็น การได้ยิน การรับรู้กลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัสเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็งและการหลงคิดนึกเรื่องในอดีตอันเป็นเหตุให้ทุกข์เท่านั้นเอง
-----------------------------------------------------------------------
คติธรรมน่ารู้

กระจกใส่ วันๆปล่อยให้ฝุ่นเกาะไม่มีการทำความสะอาดคอยเช็ดคอยถู กระจกใส่นั้นย่อมมัวหมอง ฉันใด

จิต ถ้าไม่มีธรรมเป็นผ้าเช็ดทุลีคอยทำความสะอาด จิตก็ย่อมมัวหมองว้าวุ่นฉันนั้น

เพราะฉะนั้นเรามาทำความสะอาดจิตกันเถิด ด้วยการสังวรระวังอบรมจิตคือให้คิดอยู่ในใจเสมอ ๆหมายถึงอยู่กับปัจจุบัน ว่าเราจะไม่ยินดี ยินร้าย ต่อการได้เห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การได้ลิ้มรส การได้สัมผัส เย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง และใจที่จะคอยคิดนึกถึงสัญญาเก่าๆ ฝุ่นละอองของจิตได้แก่ความยินดี ยินร้าย ความพอใจ หรือไม่พอใจ เป็นอกุศล เป็นกิเลส เป็นความยึดมั่นถือมั่นควรละเสีย เพื่อให้จิตสะอาด สว่าง สงบ
เพื่อพร้อมที่จะทำสมาธิให้เกิดได้ต่อไป ถ้าจิตมีแต่ความว้าวุ่นก็ยากที่จะทำสมาธิให้เกิดได้ นี่คืออุบายก่อนจะทำสมาธิ
------------------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------------------------------
ขอฝากคติธรรมให้ทุก ๆ คนนำไปคิด

คำว่าทุกข์มีความหมายถึงความทุกข์ทางกายและความทุกข์ทางใจ ความทุกข์ทางกายเช่นเกิดมาเป็นคนมีรูปร่างไม่สมประกอบก็เป็นทุกข์ เป็นคนมีโรคภัยร้ายเบียดเบียนก็เป็นทุกข์ เป็นคนเคยมั่งมีศรีสุขแต่กลับต้องมา ตกอับล้มละลายไปก็เป็นทุกข์ ความรักเพศตรงข้ามหมายปองอยากได้มาอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้ก็เป็นทุกข์ ได้กันแล้วแต่ความเห็นไม่ตรงกันก็อยู่เป็นทุกข์ อยู่ด้วยกันแล้วมีเหตุต้องพรากจากกันเช่นการตายจากกันก็เป็นทุกข์
ความทุกข์ทั้งหลายที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นมีเพียงเล็กน้อยที่นำมากล่าว ทุกคนรู้ไหมว่าเหตุแห่งทุกข์ทั่งหลายเกิดมาจากอะไรเป็นเหตุ ตอบเกิดจากกฎธรรมชาติ หรือกฎแห่งกรรมเป็น เหตุ พระพุทธองค์ตรัสเรื่องวัฏฏะ คือวน๓ ได้แก่กิเลส กรรม วิบาก กิเลสเป็นเหตุให้เกิดกรรม กรรมเป็นเหตุให้เกิดวิบาก

อวิชาคือความไม่รู้ทำให้เราหลงคิดจนเกิดความทุกข์ทางใจด้วย
เราจะดับความทุกข์ทางใจได้อย่างไง ตอบด้วยการปฏิบัติธรรมคอยชำระจิตใจไม่ให้ยึดติดในเรื่องนั้น ๆ หัดปล่อยวางไม่ให้ยินดียินร้าย เมื่อได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง และใจที่คอยคิดนึก ด้วยการภาวนาในใจอยู่เสมอ ๆ ว่าเราจะระวังไม่ให้ยินดียินร้าย ต่อสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง หรือใจที่คอยคิดนึกเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
เราเข้าใจในเรื่องของวิบากที่เกิดขึ้นในชีวิตแล้วเราต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ และควรรู้ว่าสิ่งทั้งหลายมันเป็นเช่นนี้เองไม่ควรยึดมั่นถือมั่นมันเป็นของไม่เที่ยงอย่าได้ยึดมั่นถือมั่นยินดียินร้ายกับมันเท่านี้ก็พอจะดับทุกข์ทั้งหลายได้

-------------------------------------------------------------------------------------
จะอธิบายเรื่องการทำสมาธิในแบบของพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวไว้ในมรรคมีองค์ ๘ เริ่มจากการทำความเพียรชอบก่อนคือให้ทำจิตเป็นกุศลด้วยการสังวรอินทรีย์คือให้ระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ไม่ให้พอใจ หรือไม่พอใจ หรือไม่ให้ยินดี ยินร้าย ความยินดีพอใจ หรือความยินร้ายไม่พอใจ เป็นอกุศลจิต เป็นเหตุแห่งความไม่สงบใจ เพราะเป็นตัวกิเลสถ้าเราดับเหตุนี้ได้จิตก็จะสงบ
เปรียบดังทำความสะอาดให้กับจิตก่อนที่จะทำสมาธิ
วิธีการที่จะดับได้ก็ด้วยการทำการภาวนาอบรมจิตอยู่ในใจเสมอๆ เรียกว่าการภาวนา มยะปัญญา ด้วยการนึกคิดอยู่ในใจตลอดเวลาทุกๆขณะของการทำอะไรๆ แม้ขณะทำการงานต่างๆก็ทำได้ เพราะขณะทำการงานต่างๆ จะมีตัวความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา ตัวความรู้สึกที่ว่าก็คืออาการพอใจไม่พอใจ หรือยินดี ยินร้าย การภาวนาก็คือการบอกกับตัวเองให้รู้ที่จะระวัง ไม่ให้เกิดความพอใจหรือไม่พอใจ อยู่ในใจเสมอๆ เท่ากับว่าเป็นการทำให้จิตรู้สิ่งที่จะเกิดก่อนเกิด จัดว่าเป็นการสร้างตัวสัมปชัญญะหรือรู้ตัว สติคือความระลึกได้ก็จะทำหน้าที่ ๆ จะไม่ยินดียินร้าย หรือความพอใจไม่พอใจ

การอบรมจิตคือให้บอกกับตัวเองว่าเราจะระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจที่จะคอยคิดนึกไม่ให้เกิดความพอใจหรือ ไม่พอใจ จัดเป็นการปล่อยวางอัตตาตัวตน และจัดเป็นการทำความสะอาดจิตใจให้ขาวรอบเพื่อเตรียมความพร้อมในการนั่งสมาธิ เมื่อไรที่เราฝึกจิตจนเกิดตัวสติขึ้น

เมื่อนั้นเราจะรู้สึกถึงสิ่งที่รู้เพียงสักแต่ว่ารู้ ไม่มีสัตว์มีบุคคล ตัวตนเราเขา ลักษณะเช่นนี้แหละเรียกว่าจิตเป็นธรรม เป็นกุศลจิต การมีจิตที่เป็นธรรมเช่นนี้แหละจึงจะสามารถตามดูกายและจิตของเราได้ว่ากายของเราทำอะไรอยู่ การทำอะไรอยู่ของเราต้องมีศีลสังวรเป็นข้อกำหนด คือไม่ให้ผิดศีล ขณะเดียวกันก็ดูความรู้สึกที่มีต่อการกระทำทางกายนั้น ๆ ว่ามีความพอใจหรือไม่พอใจหรือไม่ อาการที่จิตมีความรู้สึกในทางความพอใจหรือไม่พอใจเช่นนี้นี่แหละ จัดเป็นอกุศลจิตซึ่งเป็นตัวขัดขวางไม่ให้เข้าถึงความสงบพระพุทธองค์ทรงเรียกว่ามาร เหมือนเมื่อครั้งที่พระพุทธองค์จะทรงตรัสรู้วันนั้นมารได้ยกเสนามาร มาลบกวนไม่ให้พระองค์เข้าถึงความเป็นสมาธิด้วยการเอาเรื่องอดีตมาหลอกล่อเพื่อให้คลายความเพียรพระพุทธองค์ทรงรู้ทันและเรียกอาการเหล่านี้ว่ามารหรืออภิสังขารมาร จะยกตัวอย่างเช่นเวลาเราจะทำอะไรในทางที่ดี ๆ ก็จะมีจิตมารมาคอยขัดคอยขวางไม่ให้เราทำอยู่เสมอ ๆ อาการที่รู้ได้เช่นนี้เรียกว่าจิตเริ่มมีตัวผู้รู้หรือรู้ตัว เมื่อเราจะนั่งสมาธิก็เพียงตามดูจิตว่าจะมีอะไรมาคอยลบกวน เช่นอาจมีภาพ หรือเรื่องอะไรๆที่เป็นสัญญาเก่าๆ มาคอยหลอกให้เราคิดตาม อาการเช่นนี้แหละพระพุทธองค์ทรงเรียกว่ามาร เมื่อเรารู้ทันแล้วก็บอกกับตัวเองว่านี่แหละมารเรารู้แล้ว เมื่อเราฝึกจิตให้รู้ทันมารเร็วเท่าไรเราจะเห็นจิตของเรามีความสงบมากขึ้นๆเมื่อจิตมีความสงบไม่มีอะไรมาเป็นเหตุให้ปรุงแต่งแล้วเราก็หันมาดูลมหายใจเข้าออก ให้คอยประคองจิตดูลมอย่าได้เพ่งที่ลม ด้วยการใช้ปัญญาช้วยคิดคอยประคองจิตเมื่อเราฝึกไปเลื่อยๆอาการที่คิดช้วยประคองก็ไม่ต้องใช้เหลือแต่การตามดูลมหายใจเข้าออกอย่างเดียวเราก็จะเห็นจิตของเรามีความสงบมากขึ้น ๆ จนเป็นสมาธิ
ความเป็นสมาธิที่แท้ต้องสงบแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย สงบแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
เมื่อเราออกจากการนั่งสมาธิทุกๆครั้งก็ให้พิจารณาว่าสิ่งที่รู้เป็นของไม่เที่ยงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเพื่อไม่ให้จิตติดอาการที่รู้


------------------------------------------------------------------------------------
 

Favorite Books

พระไตรปิฎก
-----------------------------------------------------------------------------------------
คติธรรมเตือนชาวโลก
มีพุทธภาษิตอยู่บทหนึ่งว่า “สูทั้งหลายจงมาดูโลก อันตระการตาดุจราชรถ ที่พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ “

สัตว์โลก ที่เป็นทุกข์ที่ยังเดือดร้อนกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะได้ทำข้องขังตัวเองให้เดือดร้อนด้วยการก่อไฟ ๓ กองให้กับตัวเองติดอยู่ ไฟที่ว่าก็คือ ไฟคือโลภะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ สัตว์โลกยังติดข้องอยู่กับไฟ ๓ กองนี้จึงเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด
ต่อเมื่อใด สัตว์โลกไม่เติมเชื้อให้กับไฟ ๓ กองนี้ ไฟ ๓ กองนี้ก็ดับลง เชื้อไฟ ๓ กองนี้ได้แก่ความยินดี ยินร้าย หรือความพอใจ ไม่พอใจ ในเมื่อได้เห็นรูป ได้ยินเสียง ได้ลมกลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสทางกายมีเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง และจิตใจที่คอยคิด คอยนึกเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ความยินดี ยินร้าย หรือความพอใจ ไม่พอใจ เป็นกิเลส เป็นความยึดมั่นถือมั่น เป็นอกุศลธรรม เป็นเหตุแห่งทุกข์ที่ก่อให้เกิดความเส้าหมองทางจิตใจ และเป็นเชื้อไฟให้กับ ไฟโลภะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ ลุกโชติช่วงอยู่เสมอๆในจิตใจ
เรามาดับไฟกันเถิดอย่าให้เผาจิตเผาใจของเราให้เร่าร้อนเป็นทุกข์อยู่เลย ด้วยการภาวนา คือคอยคิดคอยเห็นอยู่ในใจเสมอ ๆ ว่าเราจะระวังไม่ให้จิตใจยินดี ยินร้าย หรือพอใจ ไม่พอใจ ต่อสิ่งที่ได้เห็น สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่ได้กลิ่น สิ่งที่ได้ลิ้มรส สิ่งที่ได้สัมผัสทางกายมีเย็นร้อนอ่อนแข็ง และจิตใจที่คอยคิด คอยนึกเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
เมื่อทำได้อย่างนี้ไม่ช้าจิตก็จะเกิดความสะอาด สว่าง สงบ หมดทุกข์เพราะไฟ ๓ กองนี้ และได้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
-------------------------------------------------------------------------

-------------------------------------------------------------------------------------
 

Favorite Quote

พุทธศาสนุภาษิต
-----------------------------------------------------------------------------------------
สูทั้งหลายจงมาดูโลกอันตะการตาดุจราชรถ ที่พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่
------------------------------------------------------
พระพุทธองค์ ทรงช่วยใคร มิได้หรอก แต่ทรงบอก ชี้แนวทาง วางไว้ให้ เราต้องหมั่น ปฏิบัติ ขัดเกาไป จึงจะได้ พ้นทุกข์ สุขสมปอง
.......................................
ใครจะดี ใครจะชั่ว ก็ตัวเขา
ใจของเรา เพียรระวัง ตั้งถนอม
อย่าให้บาป อกุศล วนมาตอม
ควรถึงพร้อม บุญกุศล ผลสบาย

ใจรู้เสื่อม ของตัว พ้นมัวมืด
ใจก็จืด สิ้นรส หมดสงสัย
ขาดต้นคว้า หาเรื่อง เครื่องนอกใน
ความอาลัย ทั้งปวง ก็ร่วงโรย

ดีชั่วตามแต่เรื่องของเรื่อง เปลื้องแต่ตัว
ไม่พันพัวสังขารเป็นการเย็น


( เทศนาธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต )
------------------------------------------------------------------------------------------
แก่เรียนเพียรกล้า หลวงพ่อใช่ สุชีโว ท่านสอนไว้
------------------------------------------------------------------------------------------
ธรรมประจำวัน คือความเพียร ๔ อย่าง
สิ่งทั้งหลายที่เรากระทำลงไปแล้วเราไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ไม่ว่าสิ่งนั้นๆจะดีหรือไม่ดีก็ตาม แต่เราสามมารถที่จะกระทำดีหรือละสิ่งที่ไม่ดีในปัจจุบันนี้ได้ ดั้งนั้นพระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงความเพียรไว้ ๔ อย่างเพื่อละความไม่ดีและทำความดีคือ

๑. เพียรระวังไม่ไห้บาปอกุศลเกิดขึ้น หมายความว่าอย่าให้อกุศลคือความไม่ดี คือความรู้สึกพอใจไม่พอใจครอบงำการพูด การคิด และการกระทำที่ไม่ดีไม่ให้เกิดขึ้นในจิตใจของเราเป็นต้น

๒. เพียรละบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว หมายความว่าอกุศลคือความไม่ดีที่เกิดทางกาย วาจาและทางใจที่เกิดขึ้นแล้วก็ให้ละสิ่งเหล่านั้นไม่ให้เกิดขึ้นอีกเป็นต้น

๓. เพียรยังกุศลธรรมให้เกิดขึ้น หมายความว่าพยายยามละความรู้สึกที่พอใจหรือไม่พอใจสร้างความดีให้เกิดขึ้นแก่ตน หมายความว่าทางกาย วาจาและใจพยายยามทำ พูด คิด ด้วยธรรมอันเป็นกุศล

๔. เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว หมายความว่าพยายยามรักษาความรู้ตัวคือความปล่อยวางซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อมคลายไป ด้วยสิ่งที่ไม่ดี เมื่อเราละได้แล้วเราก็สามารถชนะอุปสรรค์ทั้งหลายโดยเฉพาะความไม่ดีได้และชีวิตของเราก็จะประสพแต่ความสุขมีความสุขใจเป็นต้น
การงานทั้งหลายที่เราจะทำก็กระทำด้วยจิตที่ว่าง คือว่างจากความยึดมั่นถึอมั่น ทุกวันนี้คนทำอะไรๆก็ทำด้วยความหวังลาภยศ สรรเสริญ สุข เป็นสิ่งที่ต้องการ ถ้าไม่ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ไม่ต้องการ นี่เเหละคือโลกธรรม ๘ ถ้าผู้ใดสามารถครอบงำโลกธรรม ๘ นี้ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้นั้นแหละคือสมณะ
-----------------------------------------------------------------------------------------

โลกนรกประกอบด้วย
๑. มหานรก ๘ ขุม
๒. อุสสทนรก ๑๒๘ ขุม
๓. ยมโลกนรก ๓๒๐ ขุม
๔. โลกันตร์นรก ๑ ขุม
รวม ๔๕๗ ขุม
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Recently played


 

Journal

View All 5 Entries    Add Comment

คติธรรม เรื่องการภาวนา มีหลายคนถามหลวงพ่อว่าจะภาวนาอย่างไรให้จิตสงบโดยเร็ว  หลวงพ่อจึงถามกลับไปว่าคุณโยมภาวนาอย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่า นึกคำว่า พุทโธอยู่ในใจ หรือหายใจเข้า พุท หายใจออก โธหลวงพ่อจึงว่าอย่างนี้เรียกว่า บริกรรมภาวนา ไม่ใช่ภาวนา คำว่าภาวนาในความหมายที่หลวงพ่อ หมายถึงคือภาวนามะยะปัญญา คือการรู้ที่จะอบรมจิต ให้รู้ตัว เพื่อให้เกิดตัวรู้ คำว่าให้รู้ตัวในบาลีคือสัมปชัญญะ  ส่วนคำว่าให้เกิดตัวรู้ ได้แก่ สติ คือความระลึกได้  เมื่อเราสร้างความรู้ตัวไว้มาก สติได้แก่ตัวรู้ ก็จะเกิดได้ไวได้เร็ว คราวนี้  เราจะมาว่าถึงการภาวนามะยะปัญญากัน ว่าจะทำอย่างไร การภาวนาคือการอบรมจิต ได้แก่การคิดเห็นอยู่ในใจ ว่าเราจะระวังจิตนี้ ไม่ให้ยินดี ยินร้าย พอใจ หรือไม่พอใจ ในเมื่อได้เห็นรูป ได้ ยินเสียง ได้ลมกลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสทางกายมีเย็นหรือร้อน อ่อนหรือแข็ง และจะตามดูใจไม่ให้หลงคิดนึกเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว ที่มีสาเหตุให้เกิดทุกข์ เราจะไม่ยินดีพอใจ หรือยินร้ายไม่พอใจในเรื่องราวต่างๆ ที่มากระทบ  โดยฉะเพราะเวลานั่งสมาธิต้องตามดูจิตนี้อย่าให้หลงคิดเรื่องใดๆ เวลาจะนั่งสมาธิจึงเป็นเวลาที่เราจะต้องต่อสู้กับกิเลสมาร นั้นก็คือเรื่องราวหรือภาพต่างๆ ที่เป็นสัญญาจำได้หมายรู้ที่จะมาปรากฏ อาการเหล่านี้พระพุทธเจ้าได้ทรงเรียกว่ามาร มีชื่อว่ากิเลสมารเมื่อเราสามารถอบรมจิตได้อย่างนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง ในทุกเหตุการณ์ ในทุกสถานที่ ในไม่ช้าเราก็จะเกิดรับรู้ในสิ่งต่างๆ อย่างปล่อยวาง ไม่มียินดี ไม่มียินร้าย ไม่มีเกิดพอใจ หรือไม่พอใจใคร ในสิ่งใดๆ ที่อยู่รอบตัวเรา  นี้แหละคือการกำจัดกิเลส กำจัดอกุศลจิต อันเป็นต้นเหตุของการเกิด โลภะ โทษะ โมหะ โดยฉะเพราะอย่างยิ่ง ในเหตุการณ์ ที่จะต้องเจอทางตา หรือทางหู เราก็อบรมให้จิตรู้ที่จะต้องเจอในทวารทั้งสองนี้ อยู่สม่ำเสมอ เมื่อกระทบคำเขาด่าว่ามา เราก็จะเกิดอาการสักแต่ว่ารู้ ว่าเขาด่าเรา ไม่มีการนำคำที่เขาด่ามาปรุงแต่งจิตให้คิดเห็นเป็นทุกข์ในใจเลย การทำเช่นนี้ก็คือการทำให้รู้ก่อนรู้ ให้เห็นก่อนเห็น เป็นการใช้ปัญญาช่วยในการทำจิตให้สงบโดยเร็ว และการพิจารณาให้เห็นว่าตาย ก่อนตาย หรือที่เรียกว่ามรณะสติ ก็ใช้ในหลักเดียวกันนี้เมื่อคนเรารู้ในสิ่งที่จะเกิดก่อนเกิด อยู่อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ นั้นๆขึ้นมาเมื่อไรเราก็จะวางใจได้ทันที่ ไม่มีเกิดสุขหรือทุกข์ใดๆเลย นี้คือหลักในมรรคมีองค์๘ ข้อว่าเพียรชอบ คือเพียรละอกุศล  เพียรเจริญกุศลให้เกิดในจิตมากๆขึ้น จนจิตอยู่ในอารมณ์เดียวที่เป็นกุศล องค์ความรู้ในธรรมก็จะเกิดรู้ขึ้นมา สิ่งที่ไม่เคยรู้ก็จะเกิดรู้ขึ้น สิ่งที่ไม่เคยเข้าใจก็จะเกิดเข้าใจขึ้นมา ขอเจริญพรหลวงพ่ออุดม วัดป่าหนองเลง ผู้เขียน

Applications

Browse Applications

Super Friends
Add your top friends to your profile with Super Friends!

Poker Palace
Casino-style Texas hold 'em poker. It's the real deal!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

พระอุดม วัดป่าหนองเลง-มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for พระอุดม วัดป่าหนองเลง-มุ่งชี้แนวทางการปฏิบัติธรรม

Dec 21 7:17 AM
 
นมัสการค่ะ
เพื่อนหนูที่ชื่อชมพู่คนนี้ละค่ะที่คอยเตือนสติหนูตลอดแล้วก็เป็นคนที่ชวนไปบวชพรรามณ์ครั้งแรกด้วยละคะ หนูอยากได้บทความอีกนะนะคะอยากได้เกี่ยวกับเรื่องการดับกิเลสทั้งหลายค่ะ ถ้าหลวงอาไม่มีก็ๆม่เป็นไรนะคะไม่รบกวนค่ะ
ราตรีสวัสด์นะคะ
 
Dec 20 8:55 PM
 
ขอบพระคุณหลวงอาค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ คัดลอกคติธรรมไว้อ่านในไฟล์เอกสารแล้วค่ะ
แต่ละบทที่หลวงอาส่งมาให้ดีมากๆเลยค่ะ เพิ่มพูนความรู้และนำกลับไปคิดกับการดำเนินชีวิตที่เป็นอยู่ณ ปัจจุบันนี้ได้ดีมากเลยค่ะ
 
 
Dec 20 9:08 AM
porn says:
 
นมัสการค่ะหลวงพ่อ
ชอบอ่านบทความที่หลวงพ่อส่งมาค่ะ
ขอบพระคุณมากๆๆค่ะ
 
Dec 20 8:15 AM
 
นมัสการหลวงอาค่ะ เป็นเพื่อนของยุ้ย ชื่อ ชมพู่ค่ะ ถ้ามีเวลาก็จะชอบอ่านบทความธรรมะ ที่หลวงอากรุณาส่งมาจะทยอยอ่านนะคะ แต่คราวหน้า ขอแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ไหมคะ ส่งมายาวๆตกใจหมดเลยค่ะ จะค่อยๆพิจารณาอ่านนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
 
Dec 19 7:51 AM
 
ขอบคุณมากค่ะตอนนี้รุสึกดีขึ้นมากเลยค่ะ



กราบนมัสการ
 
Dec 19 6:43 AM
 
กราบนมัสการค่ะ

ช่วงนี้หนูวุ่นวายใจอีกแล้ว มันบอกไม่ถูกค่ะ นั่งสมาธิไม่ค่อยได้ ความขี้เกียจหรือกิเลส มารบกวนเยอะมาก หนูพยายามบอกกับตัวเองว่าอย่าไปยินดียินร้ายกับมัน แต่มันก็ฟุ้งตลอด


นมัสการค่ะ
 
Dec 18 6:27 AM
 
พระคุณเจ้า (ขอความกระจ่ายให้ชัดเจนด้วย)
1.ถ้าจิตติดกับการปรุงแต่งจิต ฝักใฝ่ (รนหาที่)ไปตามที่ใจต้องการไป แล้วพบเหตุกาณ์ที่ไม่ดีเป็นเพราะรับวิบาก หรือสร้างกรรมใหม่ แต่ใจสั่งไป ไปเพื่อนจะตัดจะละจากการเห็นแล้วใจรับไม่ได้
2.ควรทำอย่างไรต่อจากข้อ 1.
3.วิบากที่รับอยู่จะหมดได้อย่างไร วิบากต่างกัน การยุติจะต่างกันไหม
4.ชาตินี้เราเห็น แต่ชาติหน้าจะมีไหม ทำไมมี ทำไมไม่มี
ขอความกระจ่างโดยเมตตาละเอียดด้วยค่ะ
นมัสการลา
 
Dec 18 6:21 AM
 
กราบนมัสการค่ะ

ป๊ากะแม่สบายดีคะ ตอนนี้อากาศหนาวไหมค่ะ
ราตรีสวัสด์นะค่ะ
 
Dec 17 1:09 AM
 
นมัสการคร้าหลวงพ่อ
หายไปนานเลยสบายดีไหมค่ะ
ช่วงนี้หนาวมากดูแลสุขภาพนะคะ
 
Dec 17 12:12 AM
 
กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ

ขอบพระคุณหลวงพ่อที่เป็นห่วงค่ะ โยมก็ลำบากกายบ้างแต่ก็พอทนค่ะเพราะอากาศมันก็เปลี่ยน

แปลงตลอดทางนี้ ถ้าอยู่ในบ้านก็ไม่ค่อยเท่าไรแต่เวลาออกนอกบ้านหนาวถึงกระดูกเลยค่ะ

แต่ทางใจก็พอสบายอยู่มากค่ะ มีบางทีที่โดนมรสุมเข้ามาให้หกล้มบ้างแต่พระธรรมก็จะช่วย

ให้โยมลุกขึ้นได้ เพราะมีหลักยึดให้เกาะลุกขึ้นที่แข็งแรง ยิ่งมีพระคุณเจ้าเป็นกำลังใจก็ยิ่ง

ทำให้เห็นว่าอย่างน้อยก็ยังไม่ได้เดินไปลำพังคนเดียว บางทีมันก็มีเหนื่อยบ้างเวลาที่มีอะไร

เข้ามามากมายสติไม่ทันก็มีล้มบ้างน่ะค่ะ ส่วนมากก็จะเป็นทุกข์จรมากกว่ามันมาจากรอบด้าน

ที่เราต้องทำหน้าที่หลายหน้าที่ในเวลาเดียวกัน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

หลวงพ่อดูแลสุขภาพด้วยนะคะ แล้วโยมจะเข้่ามากราบหลวงพ่อใหม่ค่ะ
 
Dec 16 8:49 AM
 
กราบนมัสการหลวงอาค่ะ

เมื่อวันที่12 หนูไปบริจากของบนดอยให้ับน้อง ๆ ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

รู้สึกดีสบายใจและมีความสุขมาก ๆ ค่ะ หลวงอาสบายดีนะค่ะ

อากาศเปลี่ยนแปลงรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
 
Dec 16 1:40 AM
 
นมัสการท่านพระอาจารย์ที่เคารพค่ะ

โยมไม่ได้เข้าไฮ5นานพอสมควร วันนี้มีโอกาสเลยแวะมาเยี่ยมค่ะ

ขอให้ท่านพระอาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงมากๆตลอดไปเทอญ
 
Dec 15 7:07 AM
 
กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ

ที่เยอรมันตอนนี้หนาวจัด อากาศติดลบ หิมะตกแล้วค่ะ

บ้านโยมอยู่ไม่ไกลจากภูเขา บนนั้นหิมะคลุมขับรถขึ้นไปต้นไม้และสถานที่

เป็นสีขาวกระจ่างไปหมดเลยค่ะ หลวงพ่อสบายดีนะคะ

ไม่ได้เข้ามากราบหลวงพ่อหลายวัน ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
 
Dec 15 6:39 AM
 
พระคุณเจ้า (ขอความกระจ่ายให้ชัดเจนด้วย)
1.ถ้าจิตติดกับการปรุงแต่งจิต ฝักใฝ่ (รนหาที่)ไปตามที่ใจต้องการไป แล้วพบเหตุกาณ์ที่ไม่ดีเป็นเพราะรับวิบาก หรือสร้างกรรมใหม่ แต่ใจสั่งไป ไปเพื่อนจะตัดจะละจากการเห็นแล้วใจรับไม่ได้
2.ควรทำอย่างไรต่อจากข้อ 1.
 
Dec 15 5:47 AM
 
กราบนมัสการหลวงพอ่
สบายดีหรือเปล่าค่ะ
ขอไห้หลวงสูขภาพแข็งแร็ง ด้วยเทอณ
 
Dec 14 6:27 AM
 
พระคุณเจ้า โปรด ดิฉันด้วย
1.ถ้าเข้าทางธรรม แล้วกลับมาทางโลก จะเป็นยิ่งกว่าเดิมไหม
2.นิสัยและสิ่งที่คุ้นเคยจะกลับมาไหม
 
 
Dec 11 10:37 PM
Kitty says:
 
นมัสการค่ะหลวงพ่อ

มีเทคนิคแนะนำมั๊ยคะ ว่าจะนั่งสมาธิอย่างไรให้ใจสงบ ใจนิ่ง ใจว่าง

นั่งทีไร ไม่เคยสงบเลยค่ะ
 

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks